個人檔案DeathNote相片部落格清單 工具 說明
1 December

ตำนานปาท่องโก๋

Image hosted by Photobucket.com 

 

ปาท่องโก๋ รึว่าที่คนจีนเรียกว่า อิ่วจาก๋วย ตามภาษาแต้จิ๋ว ภาษาจีนกลางเรียกว่า อิ๋วจ้าไขว้ (โหยวจ๋าฮุ่ย)(油炸桧)

อิ๋ว คือ น้ำมัน จ้า คือ ทอด ไขว้ คือ อาหารซึ่งทำมาจากแป้ง คำว่าไขว้มาจากมหาเสนาบดีคนนึงในราชวงศ์ซ้อง ที่ชื่อ ฉินไขว้(ฉินฮุ่ย)(秦桧) *มหาเสนาบดีนี้เป็นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ฉินไขว้ ในสมัยรัชสมัยพระเจ้าเกาจงฮ่องเต้ ราชวงศ์ซ้อง ประมาณปี พ.ศ.1670 ถึงประมาณปี 1704 ก็คือ กังฉินที่ฆ่าคนดี ใช้อำนาจหน้าที่คดโกง หลอกลวงประชาชน หาผลประโยชน์จากคนจน มีทรัพย์สินเงินทองมากมายแทบจะไม่มียุ้งเก็บ รวยแล้วยังไม่พอ มีภรรยาเป็นผู้ร่วมมือ ฉินไขว้กล้าที่แม้จะกระทั่งการปลอมแปลงพระบรมราชโองการของกษัตริย์ส่งไปเรียกตัวแม่ทัพใหญ่ของพระเจ้าเกาจง ซึ่งถูกส่งไปรบในแนวหน้ากับพวกแมนจู ให้ยกทัพกลับเมืองหลวง เพราะนายกฉินไขว้รับสินบนจากพวกแมนจู แม่ทัพใหญ่คนนี้ชื่อ งัก ฮุย หรือภาษาจีนกลางเรียกว่า เย่เฟย (岳飞)แม่ทัพงักฮุยเป็นขุนพลที่มีความรู้ความสามารถในการรบเป็นอย่างยิ่ง เมื่อกองทัพแมนจูยกกำลังมาเพื่อรุกรานประเทศจีน งักฮุยถูกส่งไปขัดขวางที่ชายแดนอย่างทรนงจนพวกชายแดนแมนจูอยู่ในสภาพที่เพลี่ยงพล้ำ แต่ด้วยความจงรักภักดีต่อกษัตริย์ เมื่อได้รับพระบรมราชโองการ(ปลอม) ของนายกฉินไขว้ จึงต้องเลิกทัพกลับมาเมืองหลวง เพราะงักฮุยสมัยเด็ก ๆ แม่สักไว้ข้างหลังว่าจิ้นจงเป้ากั๋ว(尽忠报国) คือให้จงรักภักดี พลีชีพเพื่อชาติและฮ่องเต้ พระบรมราชโองการปลอมเมื่องักฮุยได้รับก็ยกทัพกลับมา ฉินไขว้เลยใช้การยกทัพการกลับมากล่าวหางักฮุยว่าทิ้งทัพ ไม่อยู่ป้องกันชายแดน ก็เลยสั่งประหารชีวิตงักฮุย ต่อมาทางการทราบข้อเท็จจริงว่า ฉินไขว้เป็นคนวางแผนทั้งหมดที่จะกำจัดงักฮุยด้วยการปลอมแปลงพระราชโองการ ฉินไขว้กับภรรยาจึงถูกประหารชีวิตให้ตายตกไปตามกัน และมีการสร้างศาลบูชางักฮุยขึ้นเพื่อระลึกถึงความสัตย์ซื่อต่อแผ่นดินและกษัตริย์ ศาลงักฮุยจะมีรูปปั้นฉินไขว้กับภรรยานั่งคุกเข่าอยู่หน้าศาล ศาลงักฮุยตั้งอยู่ที่ริมทะเลสาบซีหู ณ เมืองหางโจว ประเทศจีน ที่ร้ายกว่านั้นมีการนำเอาแป้งทำเป็นท่อนเล็กๆ ทอดน้ำมันที่ร้อนจัด แป้งท่อนเล็กๆ ที่ประกบคู่กันนี้ใช้ตัวแทนเป็นฉินไขว้กับภรรยา ซึ่งคนจีนกวางตุ้งเรียกว่า เหย่าจาไขว่ แต้จิ๋วเรียกว่า อิ๋วจาก๋วย หรือที่ได้ยินคุ้นหูบ้านเราคือ ปาท่องโก๋ เคี้ยวกินกันให้หายแค้นจนถึงทุกวันนี้

 
 
3 November

Happy BirthDay

Happy BirthDay นะแก้ม

HuaVunBerry

ขอให้มีฟาร์มสุขมากๆ นะกะ รู้สึกว่าจะเลยมาวันนึง 555

 

02/11/05

DEATHNOTE

 

 

 

Happy BirthDay PongPaichayont Mr.Thong

ขอให้มีฟาร์มสุขมากๆ 555

ถ้าเล่น Winning จะให้ยิงประตู

ถ้าเล่น DotA จะให้ FirstBlood

ถ้าเล่น ไพ่ จะแจกตังค์ให้เป็นของขวัญวันเกิด

02/12/05

DEATHNOTE

14 September

พ่อของแผ่นดิน

 
 
 
พ่อมีความรักอันอบอุ่นให้ลูกเสมอ

พ่อไม่เคยเกรียวกราด ด่าทอลูกว่าโง่

เวลาพ่อจะบอกลูกถึงปัญหา พ่อมักมีแง่คิดดีๆ มีนิทานแฝงคติให้ลูกได้นำไม่คิดเสมอ ๆ
 
ซึ่งเมื่อลูก ๆ ได้คิด ก็จะเข้าใจอะไร ๆ มากขึ้น

พ่อมักเตือนให้ลูก ๆ แปรงฟันก่อนนอนเพื่อฟันจะได้ไม่ผุ

แต่ลูก ๆ ก็มักจะคิดได้หลังจากที่ต้องถอนฟันไปซี่แล้วซี่เล่า

พ่อมักบอกให้เราซื่อสัตย์ทำงานหนัก เพื่อที่เราจะได้มีความเป็นอยู่ที่ดีตามอัตภาพ

พ่อไม่เคยบอกให้เราต้องร่ำรวยเพื่อจะมีความสุข

พ่อมักบอกเสมอ ๆ ว่าเรามีความสุขได้ตามอัตภาพโดยไม่ต้องร่ำรวย

พ่อที่มีลูก ๆ ของท่าน 60 กว่าล้านคน ไม่เคยคิดที่จะยอมขายลูกของตัวเอง
 
เอาเปรียบลูกของตัวเอง เพื่อฐานนะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

แม้แต่พาหนะเดินทางของพ่อ รองเท้าเก่า ๆ ของพ่อก็ยังคงมัธยัสถ์ทะนุถนอม
 
ใช้ของเดิม ๆ เมื่อชำรุดก็ให้คนเอาไปซ่อม

ไม่เคยคิดแม้แต่จะไถ่เงินจากลูกครั้งละ 40 สตางค์เพื่อความมั่งคั่ง ส่วนตัวของพ่อเอง

พ่อมักบอกกับลูกเสมอ ๆ ว่าเราต้องก้าวไปพร้อม ๆ กัน ถ้าลูกคนโตสบายอยู่คนเดียว

ในขณะที่ลูก ๆ อีก 60 กว่าล้านคนต้องลำบากต้องโดนเอาเปรียบ

โดยการเปลี่ยนแปลงพี่น้องให้เป็นทาส มอมเมาพี่น้องด้วยเงินทอง โทรศัพท์มือถือ
 
การพนัน ไม่ถือเป็นการพัฒนา

พ่อบอกว่าให้ลูก ๆ เลือกตัวแทนมาทำงาน มาบริหารครอบครัว โดยมีเป้าเป้าหมายเพื่อ
 
ความสุขสูงสุดของลูก ๆ ทุกคน

ไม่ใช่เพื่อกำไรสูงสุด ของครอบครัว แต่เพื่อความสุขสูงสุดของครอบครัว
 
ภายใต้เงื่อนไขที่มีอยู่มากมาย ทั้งภายในบ้าน และรอบ ๆ บ้าน

แต่มีลูกที่ดื้อรั้น หยิ่งผยองอวดดี ที่บังเอิญสวมหนังลูกแกะ และคุณธรรม คิดวัดรอยเท้าพ่อ

ใช้พี่น้องคนอื่น ๆ ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือบางคนก็รู้และสมยอม
 
เพราะพี่ชายคนโตมีท่าไม้ตายคือ เงินฝาดหัว

จากลูก ๆ ที่เป็นแกะดำเพียงไม่กี่คน ลัทธิรวยแล้วโก้รวยแล้วเท่ห์ รวยแล้วกร่าง
 
ก็เริ่มแพร่หลายในสังคม

จากลูกแกะเซื่อง ๆ ที่มาจากศรัทธาของพี่น้อง ไหว้แม้แต่พี่น้องที่อาศัยอยู่ข้างถนน
 
กลายเป็นคนใจร้อนกำแหง เกรี้ยวกราดกับทุกคน

จากคนเดิม ๆ ที่พ่อยอมให้เข้ามาบริหารครอบครัวแม้มีความไม่โปร่งใสเรื่องทรัพย์สิน

จากผู้นอบน้อบ กลายเป็นศาสดาซึ่งมอบความกลัว ความเกลียดชัง
 
การหยาบหลู่และข้อกล่าวหาว่าโง่แก่พี่น้องทุกคนที่เห็นตรงกันข้าม

กลายเป็นศาสดาที่กำแหงถึงขาดกล้าชี้ผิดชี้ถูก รุกคืบในสิทธิมนุษยชนของพี่น้องคนอื่น ๆ
 
เข้าไปในความคิด ในวิถีชีวิตของพี่น้องอีก 60 ล้านคน

จากผู้ที่ดูเหมือนจะบริสุทธิ์ผุดผ่อง กลายเป็นบุคคลปริศนาที่ไม่ยอมตอบคำถามใด ๆ
 
กลัวการตอบคำถาม และยึดครองสมบัติของครอบครัวเป็นของตนแต่ผู้เดียว

พ่อบอกว่าพ่อเกลียดคนโกง ลูกแกะหลงทางบอกว่า ไม่ต้องตรวจสอบผมรับประกัน
 
ผมใหญ่ที่สุดแล้วในครอบครัว ถ้าใครมีปัญหาระวังจะไม่มีงานทำ

พ่อบอกว่านี้คือลูกที่ดีของฉัน ลูกชายผู้หลงผิดบอกว่าต้องขับออกจากพรรค

พ่อบอกว่าเราควรมีเศรษฐกิจแบบพอพียง พวกลูกแกะหลงทางกลับบอกว่า
 
จะเอาอะไรกินเราไปอยู่กระต๊อบกันดีไหมพวกโง่ทั้งหลาย

พ่อบอกว่าเราต้องพัฒนาไปพร้อม ๆ กัน ก้าวเดินไปพร้อม ๆ กัน
 
ลูกแกะหลงทาง ขายสาธารณูปโภคพื้นฐานเพื่อทำกำไรแก่คณะตนเอง

รวมไปถึงการจัดตั้งกองกำลังคุ้มกันบ้าน ลูกแกะหลงทางกล่าวกำแหง
 
ผมจะเอาคนนี้ใครก็เปลี่ยนไม่ได้ เพราะพ่อต้องอยู่ใต้กฎบ้าน

ลูกแกะคนโตยังหลงทางต่อไป...ต่อไป..และต่อไป

ลูก ๆ ทั้งหลาย ตื่นเถิด ตาสว่างได้แล้ว
 
ชีวิตนี้ของพวกท่านเป็นของพ่อโดยไม่ต้องมีกฎใด ๆ มารองรับ...

กราบแทบเท้าพ่อของแผ่นดิน

 
 
 
ที่มา :
 
 
 
 

ตัว Are wa ?? 555

 
แล้วทำไม อาช้อน (Mr. Spoon) ต้องแลบลิ้นเหมือนกับฝนด้วยหว่า!! 
 

DeathNote

第 1 張 / 共 20 張

Windows Media Player

尚未新增內容。
24 May

113 สาเหตุ ที่ทำให้ผู้ชายดูห่วยแตก

113 สาเหตุ ที่ทำให้ผู้ชายดูห่วยแตก
 
01. งี่เง่าที่สุด
02. โครตเจ้าชู้
03. เอาแต่ใจตัวเองมาก
04. บ่นๆๆๆๆอยู่ได้ทั้งวัน
05. ไม่มีเหตุผล
06. หึงไม่เข้าท่า
07. ไม่มีความรับผิดชอบ
08. โวยวายไปหมดทุกเรื่อง
09. ผิดสัญญาเสมอ
10. สกปรกมาก
11. เล็บดำปี๋
12. ใส่กางเกงยีนส์ตัวเดียว ทั้งเดือน
13. เก็กอยู่ได้ตลอดเวลา
14. อวดตัวเองว่าเลิศ (แต่จริงๆ แล้ว…)
15. ขี้อิจฉา
16. โกหกเก่ง
17. กินอาหารมูมมาม
18. แล้งน้ำใจ
19. ไม่เป็นสุภาพบุรุษ
20. ขึ้เกียจ
21. เฉื่อยชา
22. ดีแต่พูด
23. ชอบหาเรื่องคนอื่นไปทั่ว
24. ไม่มีรายละเอียดในชีวิต
25. ขี้กลัว
26. ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน
27. เมามันได้ทุกวัน
28. คิดว่าตัวเองถูกเสมอ
29. ชอบใช้กำลังตัดสินปัญหา
30. ไม่มี ความคิดเป็นของตัวเอง
31. ชอบชี้นิ้วสั่งๆๆๆ อย่างเดียว
32. ตอแหล
33. ข่มขู่ผู้หญิง
34. ขาก…ถุย!
35. ไม่อาบน้ำเป็นอาทิตย์
36. พูดจาหบายคาย
37. ชอบนินทาผู้หญิง
38. ผมเผ้ากระเชอะกระเชิง
39. อารมณ์เสียง่าย
40. ไม่ยอมเปิดประตูรถให้เรานั่ง
41. เหยีบเท้าเรา แล้วทำหน้าตาเฉย
42. แย่งขึ้นรถเมล์
43. กลัวแมว
44. ไม่เป็นผู้นำ
45. ชอบแต๊ะอั๋งผู้หญิง
46. ชอบแซว
47. ดูแล้วไม่น่าสนใจเลยชักนิด
48. ชอบเล่นน้ำลาย
49. เข้าห้องน้ำแล้ว ไม่ทำความสะอาด
50. ชอบวิจารณ์รูปร่างผู้หญิง
51. เท้าเหม็น
52. หนีทหาร
53. เกิดมา ไม่เคยให้อะไรกับใครเลย
54. ติดยา
55. ทั้งตัวมีแต่รอยสัก
56. ไม่ถือกระเป๋าถือให้ผู้หญิง
57. ตัวเหม็น
58. พึ่งพาไม่ได้
59. ซ่อมของไม่เป็น
60. พูดแต่เรื่องของตัวเอง
61. ไม่สนใจการเมือง
62. ติดการพนัน
63. เสื้อผ้าที่ใส่ ไม่เคยโดนเตารีดเลย
64. เสียงดัง
65. เดินลากแตะทั้งวัน
66. หนวดไม่โกน
67. นอนกรนเสียงดัง
68. ไม่เคยออกกำลังกายเลย
69. ชอบจ้องหน้าอกผู้หญิง
70. ไร้ซึ่งความหล่อ
71. ชอบเดินแคะขี้มูก
72. มีขี้ไคลทีหลังหู
73. บอกปัด เวลาขอความช่วยเหลือ
74. หัวเราะไม่มีเหตุผล
75. ดูถูกผู้หญิง
76. เดินสะบัดคอ
77. ชอบเกาโน้นเกานี่ตลอดเวลา
78. สูบบุหรี่ในที่สาธารณะ
79. คุยโทรศัพท์ทั้งวัน
80. ชอบหาเรื่องทะเลาะกับชาวบ้าน
81. โง่
82. ชงกาแฟไม่เป็น
83. เล่นแต่เกมส์ทั้งวัน
84. ให้ผู้หญิงขับรถให้นั่ง
85. ตะคอกผู้หญิง
86. ใช้ได้แต่ของแบรนด์เนม เท่านั้น
87. ติดหมอน
88. ปากหวานจนเลี่ยน
89. เจียวไข่ไม่เป็น
90. เหน็บโทรศัพท์ไว้ที่กระเป๋าหลัง
91. ชอบโชว์เครื่องประดับ
92. ห้องนอนรก
93. แต่งตัวเนี้ยบเกินเหตุ
94. ใส่น้ำหอมจนฉุนกึก
95. หลบสายตาเวลาพูดกับเรา
96. ทำตัวโสด (ทั้งที่ไม่โสด)
97. ขี้งก
98. ไม่รู้จักโต
99. ทำตัวเป็นเจ้าพ่อ
100. ใส่รองเท้าบู้ท
101. ชอบอาบน้ำนอกบ้าน
102. พกแป้ง
103. ชับหน้าตลอดเวลา
104. จุ้นจ้านเรื่องของคนอื่น
105. หูเบา เชื่อคนง่าย
106. คอยแต่จับผิดคนอื่น
107. มั่นใจในตัวเองมากเกินไป
108. แพ้ไม่เป็น
109. ชอบข่มคนอื่น
110. ไม่ใส่ กกน.
111. ชอบสังสรรค์เฮฮาทุกวัน
112. เดินลากเท้า
113. เลือกกิน
2 April

ความหมายตราสัญลักษณ์ ครองราชย์ 60 ปี ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

 

อักษรพระปรมาภิไธย ภปร สีเหลืองนวลทอง อันเป็นสีประจำพระชนมวาร ขลิบรอบตัวอักษรด้วยสีทองบนพื้นสีน้ำเงินเจือทอง อันเป็นสีประจำพระราชวงศ์ ล้อมด้วยเพชรอันเป็นเอกแห่งรัตนะ หมายความว่าเหล่านักปราชญ์ ราชกวีสำคัญ อีกบรรดาช่างอันมีชื่อ พระยาช้างสำคัญ นางงามเหล่าทแกล้วทหาร

ข้าราชบริพาร อันยอดฝีมือในการปฏิบัติราชการอย่างสุจริตยิ่ง เหล่านี้เปรียบด้วยเพชรอันชื่อว่ารัตนะแวดล้อมประดับพระเกียรติยศ
แห่งพระมหากษัตริยาธิราชพระองค์นั้นอันเหนือยิ่งกว่าเพชรอันได้ชื่อว่ารัตนะทั้งปวง คือพระมหากษัตริย์ผู้ทรงสถิตเป็นเพชรอันยอดค่ายิ่งในดวงใจราษฎร์

ทรงบำบัดทุกข์ผดุงสุขเป็นที่พึ่งอันเกษมสุขร่มเย็นแก่ปวงพสกนิกร ซึ่งต่างเชื้อชาติศาสนาในพระราชอาณาจักร ของพระองค์
อนึ่ง อักษรพระปรมาภิไธย ภปร นี้ ประดิษฐานบนพระที่นั่งภัทรบิฐภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎประกอบพระอุณาโลม อันเป็นหนึ่งในเครื่องเบญจสิริราชกกุธภัณฑ์

แวดล้อมด้วยพระแสงขรรค์ชัยศรีและพระแส้หางช้างเผือกทอดสอดอยู่ในกงพระที่นั่งภัทรบิฐ เบื้องซ้ายแห่งพระมหาพิชัยมงกุฎ มีธารพระกรและพัชนีฝักมะขามทอดสอดอยู่เบื้องขวาแห่งกงพระที่นั่งภัทรบิฐอันประดิษฐานบนฐานเขียง ซึ่งทอดฉลองพระบาทประดิษฐานอยู่

เหล่านี้รวมเรียกว่าเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ ประกอบด้วยสิ่งอันแสดงความเป็นกษัตริย์ทั้ง ๕ คือ พระมหาพิชัยมงกุฎ ๑ พระแสงขรรค์ชัยศรี ๑ ธารพระกร ๑ พัดวาลวิชนีและพระแส้ ๑ ฉลองพระบาท ๑ หมายถึงปีแห่งการเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติ ล่างลงมาเป็นแพรแถบสีชมพูขลิบทองเขียนอักษรสีทอง

ความว่าฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี พุทธศักราช ๒๕๔๙ ปลายแห่งแพรแถบผูกเป็นภาพกระบี่ธุช เป็นวานรภายขาว มือถือก้านลายซุ้มอันเป็นกรอบลายของตราสัญลักษณ์ฯ อยู่ด้านขวา ส่วนด้านซ้ายปลายแพรแถบผูกเป็นภาพพระครุฑพ่าห์ เป็นครุฑหน้าขาวกายสีเสนปนทอง

มือถือก้านลายกรอบแห่งตราสัญลักษณ์ฯ พื้นภาพตราสัญลักษณ์ฯ เฉลิมพระเกียรติทั้งหมดสีเขียวปนทอง อันหมายถึงสีอันเป็นเดชแห่งวันพระบรมราชสมภพ และยังหมายถึงสีของความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์แห่งผืนภูมิประเทศที่ทรงปกครองทำนุบำรุงอย่างหนักยิ่งมาตลอดระยะเวลาที่ทรงครองสิริราชสมบัติ

มา ณ บัดนี้ถึงมหามงคลสมัยที่จะฉลองเฉลิมพระเกียรติในการครองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี อันยาวนานที่สุด ยิ่งกว่าพระมหากษัตริย์องค์ใดในพระราชพงศาวดารในสยามประเทศ

1 January

Happy New Year


เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2549 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพรปีใหม่แก่ปวงชนชาวไทยความว่า บัดนี้ถึงวาระจะขึ้นปีใหม่ ข้าพเจ้าขอส่งความ ปรารถนาดีมาอวยพรแก่ทุกๆคน ให้มีความสุข ความเจริญ และความสำเร็จสมประสงค์ในสิ่งที่ปรารถนา

ความปรารถนาของแต่ละคนคงไม่แตกต่างกันนัก คือ ปรารถนาสุขกายสบายใจ ความสมบูรณ์ด้วยพลานามัย ด้วยทรัพย์ ด้วยเกียรติยศ พร้อมทั้งความสงบร่มเย็น พูดถึงความสงบร่มเย็น อาจแยกได้เป็นสองส่วน คือความสงบภายนอก กับความสงบภายใน ภายนอกได้แก่ความเป็นอยู่และสภาวะแวดล้อมที่เป็นปกติ ไม่มีภัยอันตรายหรือความยุ่งยากเดือดร้อน เช่น น้ำท่วม ไฟไหม้ หรือการขัดแย้ง มุ่งร้ายทำลายกัน ภายในได้แก่จิตใจที่สะอาดแจ่มใส ไม่มี กังวล ไม่มีความขุ่นเคืองขัดข้อง จิตใจที่สะอาดและสงบนี้สำคัญมาก เพราะทำให้บุคคลมีสติรู้ตัว มีวิจารณญาณเที่ยงตรงถูกต้อง สามารถคิดอ่านสร้างสรรค์ สิ่งที่จะอำนวยความประโยชน์สุข ความเจริญก้าวหน้า ตลอดจนชื่อเสียงเกียรติคุณ อันเป็นสิ่งที่แต่ละคนต้องการให้สัมฤทธิผลได้

ในปีใหม่นี้ ข้าพเจ้าจึงขอให้ท่านทั้งหลายพยายามทำความคิดจิตใจให้สงบแจ่มใส ทำความเข้าใจอันดีในกันและกันให้เกิดขึ้น ผู้ที่ทำประโยชน์เกื้อกูลกัน ก็ควรแสดงไมตรีตอบขอบใจกันด้วยความรักความหวังดี ทุกคนทุกฝ่ายจะได้สามารถร่วมมือ ร่วมความคิดกัน ปฏิบัติงานของตน ของชาติ ให้ดำเนินก้าวหน้าไปโดยราบรื่นและมั่นคง บรรลุถึงจุดประสงค์ตามที่มุ่งหมาย

ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวไทยเคารพบูชา จงอภิบาลรักษาท่านทุกคน ให้ปราศจากทุกข์ ปราศจากภัย ให้มีความสุขสมบูรณ์และความสำเร็จสมหวัง ตลอดศกหน้านี้โดยทั่วกัน

31 December

ความจริง

    ฟัง"ความจริง"ได้ที่ Click

กดอ่านอยู่ซ้ำๆ อย่างไม่รู้จะทำทำไม

ไม่เคยพบอะไร ที่เธอแฝงไว้ในข้อความ...คงไม่มีวัน

โทรคุยกันทุกครั้ง มันก็ยังเป็นเรื่องทั่วไป

ไปที่ไหนด้วยกัน ถูกเนื้อต้องตัวเมื่อไร อาการหวั่นไหวไม่มี

อยู่อย่างคนรู้จักเธอก็คงอยากให้เป็นเท่านี้ ฉันนี้สิ มันทนไม่ไหว

อยากบอกว่า ความจริงเธอรู้ไม่ฉันนะคิด ความจริงเธอคงเข้าใจฉันผิด

ช่วยมองในตาลึกลงไป เรื่องในใจอยากให้รู้

ความจริงเธอรู้ไหมฉันนะรัก เกินเลยกว่าคำว่าคนรู้จัก

ถ้าเธอจะเกลียด ไม่เป็นไร ฉันเข้าใจ ฉันแค่พูดความจริง

 

เธอชมกันเสมอ บอกให้รู้ว่าเธอไว้ใจ ที่ไม่คิดอะไร

มันยิ่งละอายเหลือเกิน เกลียดตัวเองขึ้นทุกที

อยู่อย่างคนรู้จักเธอก็คงอยากให้เป็นเท่านี้ ฉันนี้สิ มันทนไม่ไหว

อยากบอกว่า ความจริงเธอรู้ไม่ฉันนะคิด ความจริงเธอคงเข้าใจฉันผิด

ช่วยมองในตาลึกลงไป เรื่องในใจอยากให้รู้

ความจริงเธอรู้ไหมฉันนะรัก เกินเลยกว่าคำว่าคนรู้จัก

ถ้าเธอจะเกลียด ไม่เป็นไร ฉันเข้าใจ ฉันแค่พูดความจริง

 

อยากบอกว่า ความจริงเธอรู้ไม่ฉันนะคิด ความจริงเธอคงเข้าใจฉันผิด

ช่วยมองในตาลึกลงไป เรื่องในใจอยากให้รู้

ความจริงเธอรู้ไหมฉันนะรัก เกินเลยกว่าคำว่าคนรู้จัก

ถ้าเธอจะเกลียด ไม่เป็นไร ฉันเข้าใจ ฉันแค่พูดความจริง
22 December

°o.O X'(v)å§ ไปไหนดีน้า O.o°

 Wë£Çø(v)Ë

 

ช่วงเน้ ไม่ค่อยมีเวลามาอัพ bLoG เท่าไหร่เลย
เพราะมี QuiZ ทั้งอาทิดเลย เทอมนี้เปนไรที่เซงมั่กๆ
เรียนก็ยาก การบ้านก็เยอะ present ก็บ่อย
QuiZ เกือบตลอดอีกตะหาก เซง เซิง มากมาย

เข้าเรื่องเลยละกัน ถึงคนรอบๆตัวที่รู้จักกันนะก๊ะ
EveRyOnE ThAt i caLL u "FriEnD"
ขอร้องนะ อย่า cOpY กันได้มั้ย 
ทั้งคำพูด ทั้งการกระทำ ทั้งท่าทางเวลาถ่ายรูป
ทั้งการแต่งตัว เสื้อผ้า หน้า ผม ทั้งชื่อที่ใช้ใน MSN ทุกสิ่งทุกอย่าง
คุณคะ อะไรจะ ก๊อป กันซะขนาดนั้น คิดเองมั่งเหอะน้า..
สำหรับspacE ก๊อป icon ไปทำใน style ของตัวเองก็ไม่ว่ากันนะ

เหนแล้ว รู้สึกแย่นะ ไม่เหนจะรู้สึกภูมิใจเลย
ไม่เหนอยากจะเปน idoL ของใครเลย
ไม่อยากโดน ก๊อป แบบนี้ รู้สึกแย่ๆๆๆๆ
ที่ต้องมาอัพใน sPacE ก้เพราะมันหลายคนเหลือเกิน
มันเยอะแยะ มากมาย จน...เฮ่อออ ไม่รุ้สึกอะไรเลยหรอ

เวลาที่ทำอะไรตามคนอื่น ที่มันไม่ใช่ตัวเราเอง

สวยในแบบที่คุณเปน ทำในสิ่งที่คุณคิด แล้วคุณจะดูดีได้โดยไม่ต้องก๊อปใคร

  พอเหอะ เอาเปนว่า ไม่ต้องมาถามนะว่าใช่ตัวเองรึป่าว
ม่ายอยากตอบ ถ้าคิดว่าใช่ ก้เปลี่ยนซะ
อย่ามาทำตามกันเลยนะ ได้โปรด ขอร้อง pLea$e

 เรื่องเซงอีกอย่างคือ วิชา ICT ที่ต้องมานั่งรีบๆทำ PPT
กันตอนเช้าวันอังคารก่อนเข้าเรียนทุกที ไม่รู้เปนอาไรกัน
ทำpresentให้เสดก่อน จะเปนไรกันหรอ
จะโดนแม่ตีหรอ ไม่อยากพูดแร้วนะ
พูดทุกอาทิด แต่ก้ไม่เหนจะมีไรดีขึ้น
ไม่ต้องมาขอโทดใน cOmMenT นี้ด้วยนะ
แค่ปรับตัวกันซะ เบื่อที่จะพูดเต็มทีแร้ววว
ถ้าเกิดจบไปแล้วต้องออกไปทำงานจิงๆ
จะมาทำแบบนี้กันอีกไม่ได้นะ 
ไม่ฝึกตอนนี้จะไปฝึกตอนไหนกันคะคุณขา

www.Bigoo.ws www.Bigoo.ws เพื่อนๆช่วยกันคิดหน่อยจิ

ว่า X'mas นี้จะไปที่ไหนดีระหว่าง
ไปเที่ยวเพชรบูรณ์ กะครอบครัว 23-24-25dec
ไปเที่ยวงาน X'mas ที่โบสถ์อัสสัม 24dec

เหตุผลที่ตัดสินใจไม่ได้ก็เพราะว่า
จิงๆก็อยากไปเที่ยวกะครอบครัวนะ
เพราะไม่ค่อยมีโอกาสได้กลับบ้านซะเท่าไหร่เลย
ยิ่งไปเที่ยวนี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
แถมป๊ะป๋า ก็จองบ้านพักไว้แล้วอีกตะหาก
ไม่งั้นก้จะมีชั้นคนเดียวที่ไม่ได้ไปกะพ่อกะแม่และน้องเลิฟ

ที่สำคัญไม่ต้องเสียตังเที่ยวด้วย
ได้ไปสัมผัสอากาศหนาวๆแบบฟรีๆก่อนสอบอีกตะหาก

แต่ถ้าไม่ได้ไปงาน X'mas ที่โบสถ์อัสสัม
ก้เปนอะไรที่น่าเสียดายเช่นกัน ก้อุตส่าได้ไป
เลือกตุ๊กตา มาเปนของรางวัลกะมือแล้วอ่าาาา
น่ารักๆๆทั้งนั้นเลย อยากไปเจอไปช่วยทุกๆคนที่โบสถ์ด้วย
ทั้งพี่ตั้ม ปราง น้องเม พี่ไก๋ บอม พี่ออย พี่ทอป น้องต้า พี่อุ้ยetc.
ไม่เคยไปเลยอีกตะหาก ทุกคนก้มาบิ้วให้อยากไป
แล้วชั้นก้อยากไป ไม่งั้นต้องรออีกปีนึงแน่ะ

ส่วนงาน X'mas ที่ abac ตัดไปนะ ปีนี้ขอไม่อยู่สักปี

อ่อๆ เกือบลืม เมื่อวันก่อนไป Inaho @ เพลินจิตมารอบที่ 2
อิ่มมาก อร่อยมาก รอนานมากและ อายมาก
เพราะขากลับ ทั้ง15คนเดินอม จูปาจุ๊บ ออกมาทุกคน
จากร้าน จนขึ้นรถไฟฟ้า คนมองกันตลอดทางเลย
และยังอม กันจนถึงบ้านไร่ @ เอกมัย อีกแน่ะ เฮ่อออ
ปัญญาอ่อนกันจิงๆพวกเรา ปี 4 กันแร้วนะ

 

 
14 December

ฟังดู...โคดซึ้ง

Image hosted by Photobucket.com
Image hosted by Photobucket.com
 
 
 DeathNote  
Image hosted by Photobucket.com

Image hosted by Photobucket.com

 

Yayaeyaeyaeyaeyaeyeayaeyeayeayea

yeayaeyaeyaeyaeyaeyeayayeayayaeye

Yayaeyaeyaeyaeyaeyeayaeyeayeayea

yeayaeyaeyaeyaeyaeyeayayeayayaeye

Yayaeyaeyaeyaeyaeyeayaeyeayeayea

yeayaeyaeyaeyaeyaeyeayayeayayaeye

Yayaeyaeyaeyaeyaeyeayaeyeayeayea

yeayaeyaeyaeyaeyaeyeayayeayayaeye

Yayaeyaeyaeyaeyaeyeayaeyeayeayea

yeayaeyaeyaeyaeyaeyeayayeayayaeye

Yayaeyaeyaeyaeyaeyeayaeyeayeayea

yeayaeyaeyaeyaeyaeyeayayeayayaeye

Yayaeyaeyaeyaeyaeyeayaeyeayeayea

yeayaeyaeyaeyaeyaeyeayayeayayaeye

Yayaeyaeyaeyaeyaeyeayaeyeayeayea

yeayaeyaeyaeyaeyaeyeayayeayayaeye

Yayaeyaeyaeyaeyaeyeayaeyeayeayea

yeayaeyaeyaeyaeyaeyeayayeayayaeye

Yayaeyaeyaeyaeyaeyeayaeyeayeayea

yeayaeyaeyaeyaeyaeyeayayeayayaeye

Yayaeyaeyaeyaeyaeyeayaeyeayeayea

yeayaeyaeyaeyaeyaeyeayayeayayaeye

Yayaeyaeyaeyaeyaeyeayaeyeayeayea

yeayaeyaeyaeyaeyaeyeayayeayayaeye

Yayaeyaeyaeyaeyaeyeayaeyeayeayea

yeayaeyaeyaeyaeyaeyeayayeayayaeye

DeathNote 7 

 Image hosted by Photobucket.comImage hosted by Photobucket.comImage hosted by Photobucket.comImage hosted by Photobucket.comImage hosted by Photobucket.comImage hosted by Photobucket.comImage hosted by Photobucket.com

 

Image hosted by Photobucket.comImage hosted by Photobucket.comImage hosted by Photobucket.comImage hosted by Photobucket.comImage hosted by Photobucket.comImage hosted by Photobucket.comImage hosted by Photobucket.com
Image hosted by Photobucket.comImage hosted by Photobucket.comImage hosted by Photobucket.comImage hosted by Photobucket.com
  
 
5 December

พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 

       “ขอขอบใจนายกรัฐมนตรีที่ได้กล่าวอวยพรในโอกาสที่จะถึงวันเกิดพรุ่งนี้ เข้าใจว่าจะทำให้ทุกคนในที่นี้และนอกที่นี้มีกำลังใจ ว่านายกฯ พูดดี ก็ไม่ทราบว่าที่ชมนายกฯ ว่าพูดดีอาจมีคนไม่เห็นด้วย ที่มาพูดนี้เป็นความเดือดร้อนกับตัวเอง ถ้าชมนายกฯ คนอื่นอาจไม่ชม ไม่ชมข้าพเจ้าว่าชมนายกฯทำไม แต่นายกฯ มีอยู่ไว้สำหรับให้ชม คือถ้ามีนายกฯ แล้วไม่ชม นายกฯ ก็ไม่ค่อยพอใจ และถ้านายกฯ ไม่พอใจ งานการจะไปได้อย่างไร ต้องชมนายกฯ ชมนายกฯ ว่าพูดดี เพราะถือว่านายกฯ พูดดี เพราะมาชมเรา เป็นของธรรมดาที่ทุกคนชอบให้เขาชม เขาไม่ชอบให้ติ ข้าพเจ้าเองก็ได้ติคนอยู่เรื่อยๆ เขาก็ไม่พอใจ
       
       แม้ไม่ติคนบางทีเขาประกาศในหนังสือพิมพ์ พระเจ้าอยู่หัวติคนนู้นคนนี้ แท้จริงไม่เคยติใครเท่าไร บอกว่าเท่าไร เพราะถ้าจะติแต่ไม่ได้พูดออกมาโจ่งแจ้งว่าติ คนเราถ้าอยู่ในที่แจ้ง ในที่คนเห็นมากๆ ย่อมถูกติได้ง่ายๆ เพราะคนเห็นมาก ถ้าเห็นมากแล้วเราทำอะไรก็ไม่มีดี ถ้ามีดี ก็มีไม่ดีมาก แต่ถ้าสมมติว่าถ้าดีมากก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าไม่ดีบ้าง คนเขาติ ถ้าเรารู้สึกไม่ดี มีการแสดงตนว่ารู้ว่าไม่ดีนั้นก็ทำให้เกิดความรู้สึก ถ้าเกิดความรู้สึก บางทีก็รู้สึกชื่นชม บางทีก็เคือง ถ้าผู้ที่ถูกเล็ง บางทีรู้สึกว่าถูกติเตียนและแสดงตัวว่าเข้าใจว่าถูกแล้วเขาติเตียนเรา เราไม่พอใจก็เสียหาย ทำให้ส่วนรวมทั้งหมดปั่นป่วน พูดแค่นี้ก็พอแล้ว ถ้าพูดมากกว่าจะทำให้เกิดเรื่องยุ่ง
       
       แต่ว่าวันนี้ตั้งใจจะพูดอะไรที่ไม่พาดพิงใครเลย ไม่ติเตียนใครเลย เพราะการติเตียนใคร พาดพิงใครก็เกิดความไม่สบายใจ แต่ที่เห็นอยู่ข้างหน้า มีคนที่พูดก็คงรู้ว่าใครพูด มีคนพูดว่าข้าพเจ้าไม่ดี พระเจ้าอยู่หัวไม่ดี ทำอะไรผิด แต่เขาต้องแสดงออกมาว่าพระเจ้าอยู่หัวไม่ผิด ผิดไม่ได้ เป็นตามความจริงในระบอบประชาธิปไตย ในระบอบรัฐธรรมนูญที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข พระเจ้าอยู่หัวผิดไม่ได้ เขาพูดอย่างนั้น THE KING can do no wrong เหมือนท่าน องคมนตรีชอบพูดว่า กษัตริย์ผิด แต่เวลาบอก THE KING บอกว่า THE KING can do no wrong ก็เป็นสิ่งที่ wrong แล้ว ก็เป็นสิ่งที่ผิดแล้ว ไม่ควรพูดอย่างนั้น
       
       ความจริงเวลาอ่านตำรากฎหมายรัฐธรรมนูญอังกฤษ มีตำราที่คนอ้างเสมอ และคนที่เรียนภาษาอังกฤษ เรียนกฎหมายอังกฤษต้องอ้างเสมอ เรื่อง THE KING can do no wrong แล้วก็นักกฎหมายแถวนี้พยักหน้าว่าใช่ ความจริง THE KING can do no wrong คือการดูถูก THE KING อย่างมาก เพราะว่า THE KING ทำไมจะ do no wrong ไม่ได้ do wrong ไม่ได้ เพราะว่าแสดงให้เห็นว่า เดอะคิงไม่ใช่คน แต่ว่าเดอะคิงทำ wrong ได้ สำคัญที่สุด ข้าพเจ้าเป็นเดอะคิง และเขาบอกว่า do no wrong , does no wrong เราก็เห็นด้วยกับเขา
        
       
เพราะการทำอะไร ถ้าคนเรา ถือว่าต้องมีสติ คือหมายความว่ารู้ว่าทำอะไร คิดอะไร และไม่ปล่อยให้ผิดออกมา ก็ไม่ผิด ผิดไม่ได้ อันนี้ก็เป็นการพูดว่าข้าพเจ้าเองไม่ผิด ไม่มีวันผิด ถ้าสมมติพูดผิด เพราะไม่รู้ ก็อย่าง แต่ว่าผิดโดยไม่รู้ หรือรู้ว่าผิด การทำผิดโดยรู้รู้ไม่ดี แต่บางทีไม่รู้เพราะว่าไม่มี ขอโทษนะ พูดไม่มีสติ ขาดสติ คือไม่ระวังตัว ทีหลังรู้ ก็เสียใจ เมื่อก่อน ก่อนจะเป็นพระเจ้าแผ่นดิน เป็นคิง ก็เสียใจหลายครั้ง แต่ตอนเป็นพระเจ้าแผ่นดิน แล้วเป็นคิง คิงแบบไทยๆ ซึ่งฝรั่งเขาบอกว่าเป็นเดอะคิง ซึ่งเข้าใจว่าน้อยครั้งที่ทำผิด เพราะว่าระวัง ถ้าไม่ระวัง ป่านนี้ก็ตายแล้ว ลำบาก ต้องระวัง ถ้าไม่ระวังก็ตาย นี่เป็นเรื่องของธรรมชาติ ที่เรียกว่าการเมือง หรือการอยู่ในสายตาของคน สายตาของคนนี่มันฆ่าได้ ถ้าเราไม่ระวัง เราตาย ก็เลยถึงบอกได้ว่า ทำไม การที่บอกว่า THE KING can do no wrong เพราะต้อง  do no wrong เพราะถ้า ทำ wrong ตาย
       
       ทุกคนก็มีฐานะอย่างนี้ ไม่ใช่ว่า THE KING เก่ง แต่ทุกคนก็มีส่วนเก่ง เพราะมีตำแหน่งรับ รับตำแหน่งที่สูง ได้รับเหรียญตรา และคนก็ชี้คนๆ นี้ สูงมาก มียศศักดิ์ เดอะคิงเป็นยศศักดิ์สูง ทุกคนที่อยู่ในที่นี้ ยศศักดิ์ทั้งนั้น ไม่ระวังตัวก็ตายเหมือนกัน ถ้าไม่ระวัง ไม่ใช่คนที่นึกว่า คนๆ นั้น เขาจะต้องตายแน่ เพราะว่าไม่ระวัง ทุกคนตั้งแต่แถวแรกจนถึงแถวสุดท้ายโน่น จนกระทั่งหลังแถว ตลอดจนถึงข้างนอก ทุกคนถ้าไม่ระวังก็มีอันตราย เพราะฉะนั้นที่พูดอย่างนี้อาจแปลกๆ หน่อย นี่ก็หาว่าแช่ง ที่จริงไม่แช่ง แต่สงสาร เพราะว่าถ้าไม่ระวัง เมืองไทยตาย เพราะฉะนั้นก็ จึงขอร้องอย่างเดียวว่า มาวันนี้ให้ระวังๆ ระมัดระวังที่คิด ที่พูด ที่ทำ ถ้านึกว่าทำถูกต้องก็ทำ

       
       
เรื่องที่มี และก็บอกในหนังสือพิมพ์ วิทยุโทรทัศน์ บอกว่า ที่ เดอะคิงทำอะไร ก็ไม่วิจารณ์ แล้วก็บอกอย่าวิจารณ์ ที่จริงอยาก อยากให้วิจารณ์ เพราะว่าเราทำอะไรไป ก็ต้องรู้ว่าเขาเห็นดีไม่ดี ถ้าไม่พูด ก็หาว่าทำดีแล้ว แต่แท้จริงที่พูดที่ออกข่าว ให้สัมภาษณ์บอกว่าอย่าไปวิจารณ์ THE KING ต้องบอกว่าอย่าไปวิจารณ์พระเจ้าอยู่หัว เพราะว่าไม่ควร ในรัฐธรรมนูญก็มีอยู่ว่าละเมิดมิได้ นักกฎหมายก็พยักหน้าอีกแล้ว ว่า ถูกต้อง ว่า ไม่ควรจะวิจารณ์ วิจารณ์ไม่ได้ ละเมิดไม่ได้ แต่ว่าถ้าพูดว่าพระเจ้าอยู่หัวทำถูก พูดถูก ไม่ใช่ละเมิด เป็นการถ้าพูดภาษาอังกฤษก็ว่า approve พระเจ้าอยู่หัวเห็นชอบด้วย แต่ไม่เคยมีใครมาบอก เห็นชอบว่า พระเจ้าอยู่หัวพูดดี พูดถูก
       
       แต่ว่าความจริง ก็จะต้องวิจารณ์บ้างเหมือนกัน แล้วก็ไม่กลัวถ้าใครจะวิจารณ์ ว่าทำไม่ดีตรงนั้น ๆ ๆ จะได้รู้ เพราะว่าถ้าบอกว่าพระเจ้าอยู่หัว ไปวิจารณ์ท่านไม่ได้ ก็หมายความว่าพระเจ้าอยู่หัวไม่เป็นคน ไม่วิจารณ์ เราก็กลัวเหมือนกัน ถ้าบอกไม่วิจารณ์แปลว่าพระเจ้าอยู่หัวไม่ดี รู้ได้อย่างไร ถ้าเขาบอกว่า ไม่ให้วิจารณ์พระเจ้าอยู่หัว เพราะพระเจ้าอยู่หัวดีมาก ไม่ใช่อย่างนั้น บางคนอยู่ในสมองว่า พระเจ้าอยู่หัวพูดชอบกล พูดประหลาด ๆ ถ้า ขอเปิดเผยว่า วิจารณ์ตัวเองได้ ว่าบางทีก็อาจจะผิด แต่ให้รู้ว่าผิด ถ้าเขาบอกว่าวิจารณ์พระเจ้าอยู่หัวว่าผิด งั้นขอทราบว่าผิดตรงไหน ถ้าไม่ทราบ เดือดร้อน
       
       ฉะนั้นก็ ที่ บอกว่า การวิจารณ์ เรียกว่าละเมิด พระมหากษัตริย์ ละเมิด ให้ละเมิดได้ แต่ถ้าเขาละเมิดผิด เขาก็ถูก ถูกประชาชน บอมบ์ คือเป็นเรื่องของขอให้รู้ว่าเขาวิจารณ์อย่างไร ถ้าเขาวิจารณ์ถูก ก็ไม่ว่า แต่ถ้าเขาวิจารณ์ผิดไม่ดี แต่เมื่อบอก ไม่ให้วิจารณ์ ไม่ให้ละเมิด ละเมิดไม่ได้เพราะรัฐธรรมนูญว่าอย่างนั้น ก็ลงท้ายก็เลย พระมหากษัตริย์ก็เลยลำบาก แย่ อยู่ในฐานะลำบาก ก็แสดงให้เห็นว่าถ้าไม่ให้วิจารณ์ ก็หมายความว่า พระเจ้าอยู่หัวนี่ก็ต้องวิจารณ์ ต้องละเมิด แล้วไม่ให้ละเมิด พระเจ้าอยู่หัวเสีย พระเจ้าอยู่หัวเป็นคนไม่ดี ซึ่งถ้าคนไทยด้วยกัน ก็หนึ่งไม่กล้า สองไม่เอ็นดูพระเจ้าอยู่หัว ไม่อยากละเมิด แต่มีฝ่ายชาวต่างประเทศ มีบ่อยๆ ละเมิดพระเจ้าอยู่หัว ละเมิด THE KING แล้วก็หัวเราะเยาะว่า THE KING ของไทยแลนด์ พวกคนไทยทั้งหลายนี่ เป็นคนแย่ ละเมิดไม่ได้ ในที่สุดถ้าละเมิดไม่ได้ ก็เป็นคนเสีย เป็นคนที่เสีย
       
       ฉะนั้นก็ บางโอกาสก็ขอให้ละเมิด จะได้รู้กัน ว่าใครดีใครไม่ดี นี่พูดเลยเถิด พูดมากไป แต่ว่าคนที่อยู่ข้างหน้านี่ ไม่ต้องกลัว เพราะว่าไม่ได้มีความผิด คนที่นึกว่ามีความผิดพยักหน้า พยักหน้าว่ามีความผิดจริงๆ ความจริงเขาไม่มีความผิด คนที่มาก่อนน่ะมีความผิด แล้วกลัวคนที่พยักหน้าเนี่ยไม่ได้แก้ไข นี่ผิดตรงนี้ ไม่ได้แก้ไข หลบความรับผิดชอบ มันเป็นอย่างนั้น

        
       
คือในเมืองไทยนี่ คนไหนที่ทำอะไรไม่เข้าร่องเข้ารอยก็ลาออก ลาออกแล้วไม่มีอะไรผิดเลย แม้จะทำอะไรผิดอย่างมากๆ ถ้าเป็นข้าราชการก็เรียกเข้ากระทรวง เข้ากรุงเทพฯ แล้วก็หมดเรื่อง นานๆ ที มีเข้าคุก นี่พูดอย่างนี้ชักจะหนัก ใช้คำว่าเรียกเข้ากรุงเทพฯ หรือเข้าคุก แต่มีที่เกิด เกิดเรื่องเข้าคุก
       
       แต่อย่างไรก็ตาม เข้าคุกแล้ว ถ้าเป็นการละเมิดพระมหากษัตริย์ พระมหากษัตริย์เองเดือดร้อน เดือดร้อนหลายทาง ทางหนึ่งต่าง ประเทศบอกว่าเมืองไทยนี่พูดวิจารณ์พระมหากษัตริย์ไม่ได้ ว่าวิจารณ์ไม่ได้ก็เข้าคุก มีที่เข้าคุก เดือดร้อนพระมหากษัตริย์ ต้องบอกว่า เข้าคุกแล้ว ต้องให้อภัย ทั้งที่เขาด่าเราอย่างหนักๆ ด่าเราอย่างหนัก ฝรั่งเขาบอกว่าในเมืองไทยนี่ พระมหากษัตริย์ถูกด่า ต้องเข้าคุก ที่จริงควรจะเข้าคุก แต่ว่าเพราะฝรั่งบอกอย่างนั้นก็ไม่ให้เข้า ไม่มีใครกล้าเอาคนที่ด่าพระมหากษัตริย์เข้าคุก เพราะพระมหากษัตริย์เดือดร้อน เขาหาว่าพระมหากษัตริย์เป็นคนที่ไม่ดี อย่างน้อยๆ ที่สุด ก็เป็นคนที่จั๊กจี้ จั๊กจี้ใครมาบอกว่าอะไรซักนิดก็บอกให้เข้าคุก ที่จริงพระมหากษัตริย์ไม่เคยบอกให้เข้าคุก ตั้งแต่สมัยรัชกาลก่อนๆ เป็นกบฏก็ยังไม่จับใส่คุก ไม่ลงโทษ รัชกาลที่ 6 ท่านไม่ลงโทษ ไม่ได้ลงโทษผู้ที่เป็นกบฏ มาจนกระทั่งถึง ต่อมา รัชกาลที่ 9 นี่ ใครเป็นกบฏ ซึ่งก็ไม่เคยมีแท้ๆ ที่จริงก็ ทำแบบเดียว ไม่ให้เข้าคุก ให้ปล่อย หรือถ้าเข้าคุกแล้วก็ ให้ปล่อย ถ้าไม่เข้าก็ไม่ฟ้อง เพราะว่าเดือดร้อนผู้ที่ถูกด่า เป็นคนที่เดือดร้อน อย่างที่ คนที่ละเมิดพระมหากษัตริย์ แล้วก็ถูกทำโทษ ไม่ใช่คนนั้นเดือดร้อน พระมหากษัตริย์เดือดร้อน นี่ก็แปลก
       
       คราวนี้ นักกฎหมายก็ชอบ ให้ฟ้อง ให้จับเข้าคุก อันนี้นักกฎหมายก็สอนนายกฯ ว่าต้องฟ้อง ต้องลงโทษ ก็ขอสอนนายกฯ ว่าใครบอกว่าให้ลงโทษ อย่าลงโทษเขา ลงโทษไม่ดี ลงท้ายไม่ใช่นายกฯ เดือดร้อน แต่พระมหากษัตริย์เดือดร้อน อาจจะอยากให้พระมหากษัตริย์เดือดร้อนไม่รู้นะ เขาทำผิด เขาด่าพระมหากษัตริย์ เพื่อให้พระมหากษัตริย์เดือดร้อน และเดือดร้อนจริงๆ เพราะใครมาด่าเรา ชอบไหม ไม่ชอบ แต่ถ้านายกฯ เกิดให้ลงโทษ แย่เลย แล้วนักกฎหมายต่างๆ ก็จะให้ลงโทษคนที่ด่าพระมหากษัตริย์

        
       ทำไป ทำมา เลย เลยต้อง เอาวะ เขาด่านายกฯ ถ้าด่านายกฯ นายกฯ เดือดร้อนไหม ไม่ควรจะเดือดร้อน แต่ถ้าด่านายกฯ พระมหากษัตริย์ก็ไม่เดือดร้อน เพราะว่าเป็นเรื่องของนายกฯ ถ้าเขาด่าพระมหากษัตริย์ นายกฯ เดือดร้อน เพราะว่า ต้องเป็นคนจัดการ 
        
       เรื่องมันยุ่งอย่างนี้ กฎหมาย ก็สอนนายกฯ มาอย่างนั้น สอนนายกฯ ว่า ใคร ใครมาด่าเรา เราต้องด่าเขา นี่พูดชักจะไม่ดี เพราะว่า ชักจะเป็นส่วนตัว แต่ว่าเราเองก็ไม่ ไม่ขอ บอกว่า ควรจะทำอะไร ควรจะรู้ นักกฎหมายก็ต้องรู้ว่า ทำอะไรถูก ทำอะไรผิดผิด ไม่ต้องพูดทุกวัน ๆ ๆ ที่จริงเขาไม่ได้พูดทุกวัน แต่เขาทำเทป ทำดีวีดีไว้ แล้วก็แจกทั่ว แจกทั่วให้คนฟังดู เขาเอือมกัน ที่ไปแก้ตัวแทนนายกฯ วันนี้เราขึ้นมานี้ เราแก้ตัวแทน
นายกฯ เพราะว่านายกฯ ไม่ผิด นายกฯ ทำได้ทุกอย่าง ก็เลยไม่ต้องไปออกทีวีแล้ว ไปออกทีวีทุกวัน ๆ ๆ มีคนบอกว่าเอือมที่ออก แต่ว่าคนมีหน้าที่ที่ออกก็ออก มีคนที่เขาเดือดร้อน ที่อยู่ในรายการ เพราะเขาเป็นคนที่ต้องพูด และก็คนที่พูดก็เลยถูกลูกหลงไปด้วย แต่อย่างไรก็ตาม การแก้ตัวครั้งเดียว เอาได้ แต่แก้ตัว นี่แก้ตัวมาเท่าไร 10 ครั้งแล้วนะ ที่ออก ออกทีวี คนเลยชักเอือม คนอยากดูละคร มาดูอย่างนี้ พอแล้ว เสียไฟฟ้า ไม่ใช่เสียไฟฟ้าของคนที่ดู แต่เสียไฟฟ้าของคนที่ส่ง ทีวีออกทีไฟฟ้าแรง เสียน้ำมัน นี่ก็เลยนึกว่า ควรพูดพอแล้ว ที่พูดก็เสียไฟฟ้ามาก เขาควรจะบอกว่า เลิกซะที ไม่ต้องพูดมาก แต่เราก็พูดต่อ เพราะว่าเป็นรายการที่อัดเสียงไว้ ใส่เทปไว้ ไม่ได้ออก ไม่ได้ออกโทรทัศน์ ไม่ต้องเสียไฟฟ้าสำหรับโทรทัศน์
       
       มาพูดถึงไฟฟ้าและพลังงาน ไฟฟ้าและพลังงานนี่ การไฟฟ้าต้องใช้พลังงาน สำหรับปั่นไฟฟ้า ต้องใช้พลังงานเพื่อให้มีพลังงานไฟฟ้า อันนี้ก็ ทำมานานแล้ว เวลาขาดแคลนเชื้อเพลิง ก็บอกว่าให้ปิดโทรทัศน์ ให้ปิดไฟ และบอกว่าได้ผลดี ความจริง เปิดโทรทัศน์ไม่เป็นไร ถ้าน้ำมันเชื้อเพลิงหมดแล้ว ก็ยังใช้เชื้อเพลิงอย่างอื่นได้ มี แต่ต้องขยันหาวิธีที่ทำให้เชื้อเพลิงเกิดขึ้นมาใหม่

        
       
เชื้อเพลิงที่เรียกว่าน้ำมันนั้นมันจะหมด ภายในไม่กี่ปี หรือไม่กี่ 10 ปีก็หมด ถ้าว่าไป อีก 40 ปีหมด เราก็จะอายุ 118  118 นี่เรายังมีชีวิตอยู่อีก 2 ปี 2 ปีนั้น เราก็จะใช้แก๊สโซฮอล์ หรือไม่ใช้แก๊สโซฮอล์ แก๊สโซฮอล์นี่ก็ไม่มี เพราะแก๊สโซฮอล์ ใส่แอลกอฮอล์เพียง 10% อย่างมาก ต้องใช้น้ำมันปาล์ม น้ำมันปาล์มเขาก็ใส่เพียง 10% ในระหว่างที่จะถึงอายุ 118 หาวิธีได้แล้วที่จะทำ ที่จริงเมื่อ 2 ปีก็ทำ ทำไบโอดีเซล โดยใช้น้ำมันปาล์ม 100% ไม่ใช่เพียงน้ำมันปาล์ม 10% นายกฯ ก็ได้เห็น รถแล่นมา น้ำมันปาล์ม 100% เรายืนอยู่ที่รถคันหนึ่งแล้วก็ เสร็จแล้วก็มีรถอีกคันหนึ่งถอยหลังมา ได้ยินเสียงบึม ๆ ๆ นั่นอะไร รถดีเซล รถใช้น้ำมันดีเซล 100% 100% น้ำมันปาล์ม แล้วก็นายกฯ ก็บอกว่าหอมดี เราก็ถามว่าหอมดีแล้วไม่เดือดร้อน เพราะว่านายกฯ ไม่ต้องกลัวเป็นแกนเซอร์ เป็นโรคมะเร็ง เพราะว่าไอ้นี่ไม่ไเป็นมะเร็ง เราทำแล้ว ก็หมายความว่าเราไม่เดือดร้อนถึงเวลาเราอายุ 118
       
       ถ้าอย่างไร เราก็ใช้น้ำมันปาล์มของเราเอง คนอื่นอาจจะไม่ได้ คนอื่นอาจจะไม่มี แต่ว่าเรามี เพราะเราขวนขวาย ขวนขวายหาวิธีที่จะทำเชื้อเพลิงทดแทนได้ ถ้าไม่ได้ทำเชื้อเพลิงทดแทนเราก็เดือดร้อน แล้วก็เป็นห่วง แต่เราไม่ต้องเป็นห่วง ถ้าคนอื่นเขาไม่ทำ เขาอาจจะไม่มีน้ำมันไบโอดีเซลใช้ แต่ว่าเรามี เราคือข้าพเจ้าทำเอง คนอื่นเขาอาจจะไม่มีก็ไม่เป็นไร ต้องเห็นแก่ตัว แต่ละคนถ้าเห็นแก่ตัวก็รู้ว่าไม่เป็นไร เพราะแต่ละคนก็ต้องพยายามที่จะหาพลังงานทดแทนทั้งนั้น เราเชื่อว่า เวลาเราอายุ 118 นายกฯ ก็บอกว่าแก่แล้ว แต่เราไม่แก่ เพราะเราคิดทำพลังงานทดแทนอยู่เรื่อย แต่นายกฯ บอกแก่ จะถึงอายุเท่าไหร่ 90 จะอายุ 94  96 นายกฯ จะอายุ 96 อ้าว 94 ก็ไม่รู้ล่ะ 94 อาจจะแข็งแรงก็ได้ คงแข็งแรง
       
       อาจจะมีความคิดที่จะสร้างโรงงานก๊าซโซฮอล์ และไบโอดีเซลสำเร็จแล้ว ก็นายกฯ ก็ไม่เดือดร้อน เอาไบโอดีเซลใส่เครื่องบินได้ คือ เครื่องบินเขาใช้ไบโอดีเซลได้แล้วสมัยนี้ แต่ลำไม่ใช่โตๆ แต่เวลานั้นอาจจะทำใส่ลำโตๆ สำหรับนายกฯ ได้ อาจจะสามารถที่จะมี แต่ว่าเฉพาะนายกฯ คนอื่นไม่สามารถที่จะมี ก็สองคนล่ะ พระเจ้าอยู่หัวกับนายกฯ มีเครื่องบินใช้ แบบใช้ไบโอดีเซล ท่านองคมนตรีสั่นหัว สั่นหัวว่าไม่มี ว่าท่าน เวลานั้นอายุท่านเท่าไหร่ คง 130 แล้ว ก็คงไม่อยู่แล้ว เราก็อยู่สองคน มีไบโอดีเซลใช้แล้ว จะไปไหน ไปเชียงใหม่หรือ ขึ้นเครื่องบินที่สนามบินที่สุวรรณภูมิ แล้วไปเชียงใหม่ ไปเชียงใหม่ไปดูสวนสัตว์ ก็สวนสัตว์ ก็อยู่สบาย เพราะว่าไม่ต้องใช้ไบโอดีเซล ก็เป็นอันว่าไม่ต้องกลัว เราไม่เดือดร้อน เพราะว่าอีก 40 ปี อีก 40 ปีมีไบโอดีเซลพอสำหรับเราใช้สองคน ก็อย่างไรก็ตามที่นี่ชักเฟื่อง พูดว่า เราอีก 40 ปี เราจะมีสองคนที่มีพลังงานน้ำมันใช้ได้ แล้วดูทีวีได้ ดูทีวีก็อาจจะโฆษณาอะไรในทีวี
       
       ประกาศชี้แจง นายกฯ ก็ชี้แจงได้ เพราะว่าเปิดทีวีให้ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงมาปั่นไฟฟ้า แต่ป่านนั้นทีวีก็อาจจะมีอะไรใหม่ แล้วก็อาจจะมีข่าวต่างๆ ฉะนั้นก็ไม่ต้องเป็นห่วง ที่นี้ก็ต้องดูเป็นบุคคลๆ การที่จะบอกว่าเป็นห่วง เป็นห่วงทั้งบ้านเมือง ก็เป็นห่วง แต่ว่าถ้าเราคิดจริงๆ ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะแต่ละคนเขาก็ต้องมีการขวนขวายเหมือนกัน เป็นอันว่าถ้าแต่ละคนขวนขวายของตัว อีก 40 ปี ไม่มีความเดือดร้อน โดยเฉพาะสำหรับประเทศไทยนี่ มีคนที่มีความคิดดีๆ ก็คนหนึ่งข้าพเจ้าคนหนึ่งมีความคิดดีๆ แล้วก็นายกฯ อีกคนหนึ่งมีความคิดดีๆ ไม่จนมุม ฉะนั้นก็สองคน เดือดร้อน ไม่เดือดร้อน คนอื่นเขาก็ต้องไม่เดือดร้อน ของเขาก็ต้อง หาทางออกได้ เพราะว่าถ้าเดือดร้อน ก็ต้องไปดูโครงการพระราชดำริ
       
       โครงการพระราชดำรินี่เปิดเผยให้ทุกคนได้ทั้งนั้น แล้วก็ถ้าปฏิบัติตามโครงการพระราชดำริ ทำอย่างเศรษฐกิจพอเพียง นี่ก็ตอนนี้ นายกฯก็ใช้เศรษฐกิจพอเพียง ไม่จ่ายเงินแล้ว ใช้แต่เศรษฐกิจพอเพียง เพราะมีการโฆษณา คู่สมรสของคณะรัฐมนตรีก็ชำนิชำนาญในเศรษฐกิจพอเพียง เก่งมาก นี่ก็อีกคนที่ทำได้ ก็เลยไม่ต้องห่วง ไม่ทราบว่าคู่สมรสขององคมนตรีจะทำเศรษฐกิจพอเพียงหรือเปล่า สงสัยว่าไม่ ไม่ทำ แต่ยังไงก็ตาม อย่างนี้ก็เปิดให้ความกว้างขวางของเศรษฐกิจดีขึ้น ท่านรองนายกฯ ทั้งหลายอาจไม่ทำ เพราะว่าเคยชินกับเศรษฐกิจที่ต้องใช้เงินมาก ไม่ใช่เศรษฐกิจพอเพียง ไม่พอเพียง ถ้าอย่างนั้นก็นายกฯ อาจจะไป นายกฯ และคุณหญิงอาจให้เพื่อนนายกฯ และรองนายกฯ ต่างๆ ทำเศรษฐกิจพอเพียงสักนิดหน่อย ก็อาจจะทำให้อีก 40 ปีประเทศชาติไปได้ แต่นี่ ก็มีแต่นายกฯ รองนายกฯ จัดการ รวมทั้งคู่สมรส ทำเศรษฐกิจพอเพียง ก็เชื่อว่าประเทศจะมีความประหยัดได้เยอะ คือถ้าไม่ประหยัดประเทศชาติไปไม่ได้ คนอื่นไม่ประหยัด ถ้าคณะรัฐมนตรีประหยัด คณะรองนายกรัฐมนตรี จะทำให้ไปได้ดีขึ้นเยอะ นี่มามองถึงสภาฯ เป็นยังไง ก็สภาฯ ด้วยเหมือนกัน ถ้าอยากทำ ก็สภาฯ เป็นอาจารย์ของนายกฯ ก็ นายกฯ สอนครูหน่อย สอนอาจารย์หน่อยว่าเศรษฐกิจพอเพียงทำยังไง สอนครูคนเดียวก็พอแล้ว เพราะว่าครูเขาก็ไปสอนคนอื่น
       
       ต่อไปก็ฝ่ายค้านล่ะ ฝ่ายค้านไม่ต้องสอน เขาพอเพียงอยู่แล้ว ฝ่ายค้านเนี่ย หัวหน้าฝ่ายค้าน ก็ไม่ทราบพอเพียงหรือเปล่า แต่อย่างน้อยอดีตหัวหน้าพรรคก็พอเพียง พอเพียงอย่างมากๆ เขาทำอะไรที่ ทำให้ประเทศชาติใช้เงินนิดเดียว ไม่พอ เขาถึงกับออก เลยไม่รู้ว่าฝ่ายค้านจะพอเพียงหรือไม่ แต่อย่างน้อย อดีตหัวหน้าพรรคก็พอเพียงมาก จนกระทั่งต้องออกจากหัวหน้าพรรค

       

       นอกจากนั้นก็ ถ้าทุกคนเลื่อมใส ว่าจะต้องพอเพียงก็ปฏิบัติเถิด เพราะว่าถ้าปฏิบัติเศรษฐกิจพอเพียง มันใช้ได้จริงๆ ไปได้จริงๆ แต่ว่าอาจจะไม่ค่อยสบาย ทุกอย่างที่นายกฯ พูดก็มาพูด ไม่ได้แต่งเอา นายกฯ พูด บอกว่าที่พระเจ้าอยู่หัวฯ พูดอะไรทำอะไร ถูกต้อง ชื่นชมว่าพระเจ้าอยู่หัวฯ นี่ ทำให้ประเทศชาติอยู่ได้ เช่นเดียวกับแก้มลิง แก้มลิงเมื่อครั้งก่อนนี้ เมื่อพูดถึงแก้มลิงคนก็หัวเราะ เดี๋ยวนี้ไม่หัวเราะแล้ว เพราะว่าลิงต้องมีแก้ม ถ้าลิงไม่มีแก้มเขาอยู่ไม่ได้ คนเขาก็ต้องมีแก้ม แต่แก้มคนเป็นแก้มลิงได้ คือหมายความว่าต้องระวังรักษา อะไรที่กล้วยเข้าไปก็เก็บไว้ได้ เป็นการประหยัด จะพูดอะไรเก็บไว้ในแก้ม เก็บไว้ในแก้มก็ได้ ก็ประหยัด แก้มลิงก็เป็นการประหยัด โครงการอะไรอื่นที่พูด อย่างฝายแม้ว ฝายนายกฯ ฝายนายกฯ นายกฯ ไปดูฝายแม้ว
       
       คราวนี้ฝายเรานี่ เราทำ ก็ฝายแม้ว เดี๋ยวนี้ซาบซึ้งรึเปล่าว่ามีประโยชน์อะไร คือมีประโยชน์ทำให้ไม่มีน้ำท่วม หรือไม่มีน้ำแล้ง ตอนนี้น้ำท่วมเชียงใหม่ นายกฯ เดือดร้อนมาก โกรธมาก ทำไมมีฝายแม้วแล้วยังทำไมน้ำท่วม ก็เพราะว่าฝายแม้วไม่ถูกต้อง ทำไม่ดี ปล่อยน้ำลงมาผิดทาง ที่จริงที่ไปดูที่กุยบุรี ก็ไปขยายเขื่อนที่กุยบุรี ที่ยางชุม นั่นนะเคราะห์ดีไปทำโครงการพระราชดำริอันนี้ ถ้าไม่ได้ทำ ถ้าทำตามชลประทานทำ ป่านนี้ก็ไม่เสร็จ ถ้าไม่เสร็จน้ำท่วมแล้ว ปีนี้ที่ไม่ท่วมกุยบุรี ประจวบคีรีขันธ์ท่วมบ้าง แต่ว่าไม่ขึ้นมาถึงหัวหิน เพราะว่าเขื่อนกุยบุรี แล้วเขื่อนกุยบุรีทำไมยังขยายได้ ขยายเก็บน้ำได้ 9 ล้านลูกบาศก์เมตร เพราะว่าเดี๋ยวนี้เรามีโครงการพระราชดำริ เราบอกว่าทำเลย อธิบดีชลประทาน ทำยังไง ต้องของบประมาณ งบประมาณไม่มี ก็มีโครงการพระราชดำริ ก็เลยทำทันที แทนที่จะใช้เวลา 3 ปี ก็เหลือ 2 ปี ทำงานได้

        
       
 ที่เราไปดูนั่นน่ะ ทำงานได้จริงๆ เพราะว่าถ้าไม่มีน้ำ 9 ล้านลูกบาศก์เมตรเต็มแล้ว แต่น้ำมันก็ล้นมาปกติ ตามจำนวนปกติ เลยทำให้น้ำไม่ท่วม ถ้า 9 ล้านลูกบาศก์เมตรฝนมันลงซู่ๆ มีหวังท่วม ท่วมบน ท่วมล่าง และท่วมแล้ว น้ำก็ทำลาย ถ้าเราทำโครงการที่ใช้งานได้เร็วๆ ประหยัดการท่วมของพื้นดิน และถ้าว่าไปประหยัดทรัพย์ ความจริงที่ใช้เงินตอนนั้น ใช้เงิน 100 ล้านกว่าๆ เดี๋ยวนี้ก็กลับคืนมาแล้ว ถ้าไม่ได้ทำ น้ำที่ท่วมก็ทำลาย 100 ล้าน 100 ล้าน สำหรับคนที่พยักหน้า เขาไม่ 100 ล้านไม่ใช่อะไร ต้อง 1,000 ล้าน หมื่นล้าน แสนล้าน แต่ 100 ล้านนี่ ชาวบ้านเขารู้สึก ก็หมายความว่า 100 ล้านที่เอาจาก โครงการพระราชดำริ กลับคืนมาแล้ว กลับมาที่ไหน ก็ที่ประชาชน ประชาชนเขาได้ ถ้าไม่ได้ใช้เงินนี้ ปีหน้าก็ต้องใช้ 200 ล้าน เพราะว่าถ้าไม่ใช้เงินทันที เงินมีอยู่ คนก็บอก บางทีก็บอกไม่มีเงิน แต่เงินนะมี ในงบฯ มี ถ้าไม่มีห็หมายความว่างบประมาณทำไม่ถูก แต่ทีนี้ 100 ล้านใช้ไป ใช้ดีแล้ว ใช้ถูกต้องไม่เสียหาย ทำให้ประชาชนได้กำไร ถ้าไม่ได้ใช้ไปก็ไม่รู้ใครใส่กระเป๋าไปได้ แต่ว่าประชาชนไม่ได้
       
       เพราะฉะนั้น ที่ได้ทำโครงการประหยัดไป 1 ปี ที่ไปดูเห็นประจักษ์ น้ำมันไหลออกมาจากเขื่อนไม่ใช่พูดหลอก น้ำจริงๆ มันลงมาเต็มเขื่อน แทนที่จะเป็น 38 ล้านลูกบาศก์เมตร มันเป็น 40 กว่าล้านที่ลงมาทำให้น้ำลงมาเก็บ และล้นมาได้ เพราะน้ำนี่ได้ใช้ เวลาแล่นรถไป ข้างล่างก็เห็น ก็ทำนาได้ นานี่มีประโยชน์ เพราะข้าวก็ไม่เสีย ข้าวได้ใช้แล้วก็ถ้าจะเอาข้าวไปส่งนอก เราก็ได้เงิน หรือได้ของไปแลกเปลี่ยนได้ ฉะนั้นโครงการ 100 ล้านนี้ ทำดีแล้วก็ช่างชลประทานเขาก็มีความรู้พอที่จะทำ ไอ้นี่ไม่ต้องอาศัยช่างต่างประเทศ ช่างในเมืองไทยนี้เอง แล้วก็ใช้เครื่องมือในเมืองไทยได้ ก็เลยรู้สึกว่าปีนี้ที่ได้เห็นการขยายโครงการกุยบุรีนี้ ได้ผลจริงๆ ได้ไปดูก็ดีใจ พอใจ
       
       ฉะนั้นก็ นี่ต้องเล่าให้ฟังว่า ที่ได้ไปดูโครงการชลประทานที่กุยบุรี ที่หมู่บ้านยางชุม เป็นโครงการที่ใช้งานได้ และไม่ใช่ที่ยางชุม ข้างๆ มีการสร้างน้ำ เขื่อนที่จะกักน้ำ ได้ผลดี ยังต้องทำอีกมาก แต่เวลาพูดกับสมาคมนี้ก็พูดถึงชลประทาน ได้ผลดี แต่ค่อยๆ ทำ ไม่ใช่ไม่มีเงิน เงินไม่พอ แต่ที่ที่จะทำไม่มี ถ้าจะทำต้องศึกษาให้ดี เพราะพระเจ้าอยู่หัวฯ บอกให้ทำอย่างนั้น ๆ เสร็จแล้วถ้าไม่มีหลักวิชาที่ดี อาจเสียได้ แต่การที่จะทำต้องพยายามหาหลักวิธีที่ทำและก็ใช้ความรู้ที่ถูกต้อง โครงการอย่างอื่นมีที่ต้องทำ ไม่เฉพาะชลประทาน แต่โดยเราเป็นผู้ ที่เขาเรียกว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญชลประทาน ก็กล้าบอกที่จะทำ

       นี่ก็ รู้สึก ใครคงง่วงแล้ว เดี๋ยวนี้ชักมืดเร็ว ก็ถ้าง่วง ง่วงเดี๋ยวไปนอนได้ ก็รู้สึกว่าสมควรแก่เวลา ก็ขอขอบใจที่ท่านมาให้พร แล้วก็ให้พรนี่ดี เพราะว่าถ้าไม่ให้พรก็ไม่รู้ว่าเราทำอะไร ถ้ามาให้พร เราก็มีกำลังใจที่จะทำ ทำงานต่างๆ แล้วก็ต้องให้พรกับทุกฝ่าย ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ก็ให้กำลังใจ ทำอะไรก็ทำ ทำได้ดี แต่วันนี้จะไม่พูดว่าให้ทำอะไร เพราะว่า ทะเลาะกันนี่ไม่เอา ไม่ทะเลาะ ให้ทำอะไรที่ดูจะดี และให้คิดอย่าเกิน อย่าเลยเถิด แต่ว่า ถ้าแต่ละคนทำงานให้เหมาะสมบ้านเมืองจะไปได้ จึงอวยพรให้บ้านเมืองไปได้ ให้แต่ละคนไปได้ ไม่ใช่ให้มีการหัวชนฝา จะทำอะไร ก็ขอให้แต่ละคนมีความสำเร็จพอสมควร เศรษฐกิจพอเพียง คือทำให้พอเพียง ถ้าไม่พอเพียงจะไปไม่ได้ แต่ถ้าทำให้พอเพียง สามารถที่นำพาประเทศได้ดี ไปได้ดี ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จพอเพียง และเพื่อให้บ้านเมืองบรรลุความสำเร็จที่แท้จริง ก็ไม่รู้ล่ะ คนที่รับพรก็รับไป คนที่ไม่รับพร ก็คิดในใจ ขอบใจที่ท่านทั้งหลายมาให้พร เรารับพรของท่าน”

DeathNote









































































































































































































































































DEATHNOTE

DEATHNOTE

DEATHNOTE

DEATHNOTE

DEATHNOTE

DEATHNOTE

DEATHNOTE


















2 December

คู่มือทรราช

Image hosted by Photobucket.com       "คู่มือทรราช"
 
       ข้อที่ 1 ยึดธุรกิจผูกขาด 6 ประเภทหลัก อันได้แก่ สถาบันการเงิน ธุรกิจไฟฟ้า ธุรกิจน้ำมัน ธุรกิจโทรคมนาคม ธุรกิจขนส่ง ธุรกิจประปา

       ข้อ 2 ยึดรัฐบาล กวาดต้อนซื้อ ส.ส. พยายามตั้งรัฐบาลพรรคเดียว ใช้เงินซื้อเสียง ซื้อ ส.ส. แล้วจึงมาหาเงินคืนทุนทีหลัง

       ข้อ 3 ยึดองค์กรรัฐ เอาคนของตัวเองเข้าไปในตำแหน่งราชการและรัฐวิสาหกิจ พยายามเอาพวกทรราชเข้าไปเป็นผู้บัญชาการทหารที่สำคัญๆ ส่งคนเข้าไปในสื่อของรัฐ ทั้ง อสมทฯ และกรมประชาสัมพันธ์ ยึดหัวหาดคนในคณะกรรมการการเลือกตั้ง
 
       ข้อ 4 ทำลายคู่แข่งทางการเมือง ใส่ร้ายป้ายสีคู่แข่งทุกครั้งผ่านสื่อของรัฐ

       ข้อ 5 ทำลายคนดี คนดีเป็นอุปสรรคในการปล้น ชาติ โกงประชาชน จึงต้องทำลายให้สิ้น พวกนี้มักมาใน รูปนักต่อสู้ นักเคลื่อนไหว วิธีที่ใช้ได้บ่อยคือสื่อของรัฐที่พูดฝ่ายเดียว ใส่ร้ายไปเรื่อยๆ จะให้ดีต้องซื้อสื่อด้วย
       
       ข้อ 6 ทำลายภาคประชาชน วิธีทำลายต้องทำลาย 3 ชั้น ชั้นแรก คือการศึกษา ชั้นที่สอง องค์กร ชั้นที่สาม ข้อมูลข่าวสาร ประชาชนจะได้ไม่ต้องรู้เรื่อง หรือเกาะกลุ่มรวมตัวกันมากจนเกินไป

       ข้อ 7 ขัดขวางการปฏิรูปการเมือง ทรราชจะมีความพึงพอใจมาก หากประชาชนทั่วไปมีความพึงพอใจได้เพียงแค่หย่อนบัตรเลือกตั้ง 4 ปีครั้งนึง จะได้โกงชาติโกงแผ่นดินได้อย่างไม่ต้องอายฟ้าอายดิน


       ข้อ 8 สร้างภาพลักษณ์

       ข้อ 9 สร้างเครือข่ายพันธมิตรทรราช นักธุรกิจใหญ่ ข้าราชการระดับสูง ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ นายทหารใหญ่ เจ้าพ่อมาเฟีย และสื่อสารมวลชนอาวุโส แต่เรื่องการสัมพันธ์กับสื่อเพื่อทำลายคนดีต้องระวังให้มาก เพราะมีสื่อปากเสียบางประเภทชอบคาบข่าวลับของเครือข่ายไปปูดข้างนอกจนเสียงาน แต่เจ้าพ่อมาเฟียในเครือข่ายคงพอช่วยคุมประพฤติได้บ้าง

       ข้อ 10 บริหารองค์กรทรราชให้เป็นสังคมทรราช ต้องกระจายจัดสรรให้พรรคพวกได้คอร์รัปชั่น คอยเชือดไก่ให้ลิงดู เสียสมุนส่วนน้อยรักษาส่วนใหญ่ สร้างความแตกแยกในหมู่ทรราช จะได้ไม่รวมตัวกันโค่นหัวหน้าทรราชได้

 

 
ดร.วุฒิพงษ์ เพรียบจริยวัฒน์ จบ ดร.จากเอ็มไอที (Massachusetts Institute of Technology: MIT) เขียนหนังสือ"คู่มือทรราช"นี้เมื่อปี 2543 ปรากฏว่า สัจจธรรมไม่มีวันตาย
26 August

OST - initial D

 

一路向北
Yi Lu Xing Bei

後視鏡裏的世界 越來越遠的道別
hou shi  jing li deshi jie yue lai yue yuan de dao bie
โฮ่ว ซื่อ จิ้ง หลี่ เตอะ ซื่อ เจี้ย เยวี่ย ไหล เยวี่ย เหวี่ยน เตอะ เต้า เปี๋ย
你轉身向背 側臉還是很美
ni zhuan shen xiang bei che lian hai shi hen mei
หนี่ จ๋วน เซิน เซี้ยง เบ่ย เช่อ เหลี่ยน ไห ซื่อ เหิน เหม่ย
我用眼光去追 竟聽見你的淚
wo yong yan guang qu zui jing ting jian ni de lei
หว่อ โย่ง เอี๋ยน กวาง ชวู่ จวย จิ้ง ทิง เจอะ หนี่ เตอะ เล่ย

在車窗外面排徊 是我錯失的機會
zai che chuang wai mian pai hui shi wo cuo shi de ji hui
ไจ้ เชอ ชวง ไหว้ เมี่ยน ไผ หุ๋ย ซื่อ หว่อ ชั่ว ซือ เตอะ จี ฮุ้ย
你站的方位 跟我中間隔著淚
ni zhan de fang wei gen wo zhong jian ge zhe lei
หนี่ จั้น เตอะ ฟาง เว้ย เกิน หว่อ จง เจียน เก๋อ เจอะ เล่ย
街景一直在後退 你的崩潰在窗外零碎
jie jing yi zhi zai hou tui ni de beng kui zai chuang wai ling sui
เจีย จิ๋ง อี้ จื๋อ ไจ้ โฮ้ว ทุ้ย หนี่ เตอะ ปวง เคว้ย ไจ้ ชวง ไหว้ หลิง สุ้ย

我一路向北 離開有你的季節
wo yi lu xiang bei li kai you ni de ji jie
หว่อ อี๋ ลู่ เซี่ยง เป่ย ลี๋ ไค โหยว หนี่ เตอะ จี้ เจี๋ย
你說你好累 已無法再愛上誰
ni shuo ni hao lei yi wu fa zai ai shang shei
หนี่ ซัว หนี่ เห่า เล่ย อี๋ อู๋ ฝ่า ไจ้ อ้าย ซั่ง เส๋ย
風在山路吹 過往的畫面全都是我不對
feng zai shan lu chui guo wang de hua mian chuan dou shi wo bu dui
ฟง ไจ้ ซัน ลู่ ชุย กว้อ หวั่ง เตอะ ฮั่ว เมียน เฉวียน โตว ซื่อ หว่อ ปู้ ตุ้ย
細數慚愧 我傷你幾回
xi su chan kui wo shang ni ji hui
ซี่ ฉู่ ฉัน เคว้ย หว่อ ซาง หนี่ จี่ หุ๋ย

我一路向北 離開有你的季節
wo yi lu xiang bei li kai you ni de ji jie
หว่อ อี๋ ลู่ เซี่ยง เป่ย ลี๋ ไค โหยว หนี่ เตอะ จี้ เจี๋ย
方向盤周圍 回轉著我的後悔
fang xiang pan hui zhuan zhe wo de hou hui
ฟาง เซี่ยง ผัน โจว หุ๋ย เฮว๋ย จ่วน เจอะ หว่อ เตอะ โฮ่ว ห่วย
我加速超越 卻甩不掉緊緊跟隨的傷悲
wo jia su chao yue que shuai bu diao jing jing gen shui de shang bei
หว่อ เจีย สู้ เชา แยว่ แชว่ ไสว่ ปู๋ เตี้ยว จิ๋น จิ๋น เกิน เสวย เตอะ ซาง เปย
細數慚愧 我傷你幾回
xi shu chan kui wo shang ni ji hui
ซี่ ฉู่ ฉัน เคว้ย หว่อ ซาง หนี่ จี่ หุ๋ย
停止狼狽 就讓錯純粹
ting zhi lang bei jiu rang cuo chun cui
ถิง จื่อ หลัง เป้ย จิ้ว ยรั่ง ชั่ว ฉุน ช่วย

 
English Translation:
 
The world from the rear view mirror becomes further and further away as if saying goodbye
You turn around but your side profile is still very beautiful
I use my eyes to pursue you, yet I hear your tears
Outside the car window is my missed opportunity
Your position and mine is separated by tears
The street views are continuously receding, you start to fragment outside the window
 
*Chorus
I head towards the north to leave the season which describes you
You said you were already tired and cannot fall in love with anybody again
The wind is blowing on the mountain road, all of our previous memories were my wrongdoings
Counting my shamefulness, I have hurt you too many instances

I head towards the north to leave the season which describes you
Around the steering wheel rotates my feelings of regret
I accelerate to escape the lingering sadness
Counting my shamefulness, I have hurt you too many instances
Stop the anguish by letting my wrongdoings
 
檢視其他內容
 

DeathNote

職業
興趣
บ้า
(馬鹿野郎 baka yarou)
ไม่ปกติ ไม่ธรรมดา "อะไร", "อะไรวะ", "ฮะ", "เหี้*", "Are Wa", "yeaaayeyeayeayeayaeyaeyaeyeayeyeayaeyeayea", "มาอิ๊ม", "จบ", "ไอ้สาด", "พูดไม่เพราะเลยนะนาย"